การอโหสิกรรม ใช้ไม่เหมือนกัน


ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ได้อธิบายถึงเรื่องหลักการ การขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรไว้ว่า 


การที่คนเราจะขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรนั้น ไม่ใช่ว่าเราจะทำเหมือนกัน 
ใช้ได้เหมือนกันนั้น มันไม่ใช่อย่างนั้น มันอยู่ที่ว่าเจ้าหนี้คือเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้น 
เขาต้องการอานิสงส์ผลบุญแบบไหน แล้วถึงจะไปทำ และต้องทำกับผู้ใดถึงจะเกิดผลและได้บุญมาก 
เพราะบุญแต่ละอย่างและความเป็นเนื้อนาบุญนั้นไม่เท่ากัน 

โดยเฉพาะการที่เราอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเรา เขาจะได้รับก็ต่อเมื่อเขาพึงพอใจในบุญกุศลนั้น 
และกรรมตรงนั้นก็จะเป็นการให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน แต่ว่ามันก็ยังมีเศษเวรเศษกรรมอยู่ 
ไม่ใช่ว่าผลของกรรมนั้นจะหายไปโดยสิ้นเชิง 

ไม่ใช่บางคนใส่บาตร คนนี้ก็จะใส่บาตรเหมือนกันบางคนอาจจะเพียงแต่รักษาศีล 
ภาวนาเพื่อเป็นกุศลให้เขา ก็สามารถอโหสิกรรมได้ บางคนก็ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ 
ทำสมาธิ แต่บางคนที่วิบากกรรมหนัก อาจต้องไปบวชเป็นพระสงฆ์ 
ซึ่งจะได้กุศลแรงเจ้ากรรมนายเวรจึงจะอโหสิกรรมให้