อานิสงส์การรักษาอุโบสถศีลเพียงครึ่งเดียว อย่าคิดว่าเล็กน้อย

นอกจากนี้การรักษาศีล ๘ ยังมีพลังมหาศาลที่จะบันดาลสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เป็นความปรารถนา
ของผู้ที่รักษา ให้ปรากฏขึ้นอย่างเป็นอัศจรรย์ ดังเรื่องราวของพระเจ้าอุทัย


พระเจ้าอุทัย


…….ในอดีตกาล มีเศรษฐีท่านหนึ่งแห่งนครพาราณสี ชื่อว่า สุจิบริวาร ท่านเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติ
มากมายนับได้ประมาณ ๘๐ โกฏิ ท่านเป็นผู้ที่มีความชื่นชมยินดีในการทำบุญ ทั้งยังชักชวน บุตร
ภรรยา และพวกพ้องบริวารทั้งหลายให้รักษาศีล ๕ เป็นปกติ ครั้นถึงวันพระ ก็จะชักชวนให้
รักษาอุโบสถศีล

ครั้งนั้น มีชายยากจนคนหนึ่ง ได้ไปขอรับจ้างทำงานในบ้านของเศรษฐี ซึ่งตามปกติแล้ว
ท่านเศรษฐีจะให้ลูกจ้างทุกคน ทำสัญญาตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานว่าจะรักษาศีล แต่สำหรับ
ชายยากจนผู้นี้ ท่านเศรษฐีเพียงแต่กล่าวว่า

” เจ้าจงทำงานตามค่าจ้างของตนเถิด ” โดยมิได้ให้ทำสัญญาเกี่ยวกับการรักษาศีลเลย

ชายหนุ่มผู้นี้เป็นคนว่าง่าย ตั้งใจทำงานทุกอย่างโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบากกาย
เขาจะออกไปทำงานแต่เช้าตรู่และกลับมาในเวลาเย็น

วันหนึ่งท่านเศรษฐีได้สั่งหญิงรับใช้ว่า ” วันนี้เป็นวันอุโบสถ เธอจงจัดอาหารให้คนงาน
ในบ้านเราแต่เช้าตรู่ เมื่อเขาบริโภคอาหารกันแต่เช้า จะได้สมาทานรักษาอุโบสถศีล “

หญิงรับใช้ก็ได้ไปปฎิบัติตามคำสั่ง เมื่อคนในบ้านบริโภคอาหารเช้าแล้วได้อยู่รักษาอุโบสถศีล
ในที่พักของตนเอง ยกเว้นแต่ชายยากจนนั้นได้ออกไปทำงานแต่เช้า และไม่ทราบเรื่องวันอุโบสถ
เลย เขาทำงานตลอดทั้งวัน จนกระทั่งตะวันตกดินจึงกลับมา เมื่อหญิงรับใช้นำอาหารมาให้ เขา
ก็ถามด้วยความแปลกใจว่า ” วันนี้ ผู้คนหายไปไหนกันหมด ทำไมไม่มีเสียงเอ็ดอึงเช่นเคย “

หญิงรับใช้ตอบว่า ” เขาพากันรักษาอุโบสถศีลอยู่ในที่พักของตนกันหมด “

ชายผู้นั้นจึงรำพันว่า ” ทุกๆ คนเขาเป็นผู้มีศีล หากตัวเราไม่มีศีล ย่อมไม่สมควรเลย “

เขาจึงไม่บริโภคอาหาร แต่เข้าไปถามท่านเศรษฐีว่า ” นายครับ ผมจะอธิษฐานวันอุโบสถ
ในเวลานี้ได้ไหม จะถือว่าเป็นอุโบสถกรรมหรือไม่ครับ “

ท่านเศรษฐีตอบว่า ” เจ้าไม่ได้อธิษฐานไว้ตั้งแต่ตอนเช้า จึงไม่นับว่าเป็นอุโบสถกรรมที่ครบ
ทั้งหมด แต่ก็ยังถือว่าเป็นอุโบสถกรรมครึ่งหนึ่ง “

ชายยากจนจึงตอบว่า ” เพียงเท่านี้ก็ได้ครับ “
……เขาได้สมาทานศีล อธิษฐานอุโบสถ แล้วไปยังที่พักนอนรำพึงถึงศีลของตน

ครั้นเวลาล่วงมาถึงกลางดึกคืนนั้น ชายยากจนผู้ไม่ได้บริโภคอาหารเลยตลอดทั้งวัน ก็มี
อาการไม่สบาย เกิดลมขึ้นในท้อง แม้ท่านเศรษฐีจะนำเอาเภสัช ๕ ต่างๆ มาให้กินเขากลับตอบว่า
” ผมจะไม่ทำลายอุโบสถศีลของผม ผมสมาทานอุโบสถศีล โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน “

ในที่สุด เมื่อความเจ็บปวดรุนแรงขึ้น ชายผู้นั้นก็ไม่อาจครองสติได้ คนทั้งหลายเห็นว่า เขา
คงจะถึงแก่ความตายเป็นแน่ จึงนำตัวเขาออกมานอนนอกระเบียง

ขณะนั้นเอง พระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงทำประทักษิณพระนคร เสด็จผ่านมา ชายยากจนได้
เห็นพระราชา ก็เกิดความปรารถนาอยากจะได้ราชสมบัติเช่นนั้นบ้าง จากนั้นเขาก็สิ้นใจตาย

ด้วยผลจากการรักษาอุโบสถศีลเพียงครึ่งเดียวนั้น ทำให้เขาได้ไปเกิดในครรภ์ของพระอัครมเหสี
แห่งพระเจ้ากรุงพาราณสี เมื่อครบ ๑๐ เดือน ก็ประสูติ และได้รับการขนานพระนามว่า อุทัยกุมาร
เมื่อทรงเจริญวัยขึ้น ทรงศึกษาสำเร็จศิลปะทุกประการ และมีพระญาณระลึกชาติได้ พระองค์มัก
จะทรงรำพึงถึงเหตุการณ์ในชาติก่อน แล้วเปล่งอุทานว่า

” นี่คือผลแห่งกรรมเพียงเล็กน้อยของเรา “

ต่อมาเมื่อพระราชาบิดาสวรรคต พระองค์ก็ทรงครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ ทรง
พระนามว่า พระอุทัยราชา

การรักษาอุโบสถศีลเพียงครึ่งเดียว แม้จะดูเป็นการกระทำเพียงเล็กน้อย และเกิดขึ้นในช่วง
เวลาสั้นๆ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของชายผู้ยากจนเข็ญใจ เพราะการที่เขา
ได้มุ่งมั่น ตั้งใจ รักษาอุโบสถศีลโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันนั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสบุญอันมหาศาล
ซึ่งสามารถบันดาลให้ความปรารถนาในวาระสุดท้าย ที่เปรียบเสมือนฝันอันแสนไกล ให้กลับ
กลายมาเป็นความจริงได้ในทันที

คำอุทานของพระอุทัยราชา และมหาสมบัติที่เกิดขึ้นนั้นย่อมยืนยันได้ว่า ผลแห่งการ
รักษาอุโบสถศีลนั้น ไม่มีคำว่าน้อยเลย





จากหนังสือ…..



ศีล….เป็นที่ตั้งแห่งความดีงาม